สร้างสรรค์เมืองน่าอยู่แห่งความสุข ด้วยทักษะ..จากความรู้สู่การปรับฐานใจ

From CSR Practices towards Livable and Sustainable Development Goals


เพื่อให้การพัฒนาโครงการเมืองน่าอยู่อย่างมีความสุขเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สมาคมเครือข่ายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (The NETWORK) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและเชื่อมเครือข่ายจึงจัดการประชุมกับภาคธุรกิจ ที่มีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานประกอบกิจการให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ให้เกิดความผาสุกและเกิดสภาพแวดล้อมที่ดีแก่ประชาชน (License to Operate towards livable city)   รวมทั้งเกิดความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยรวม ซึ่งการสานฝันดังกล่าวใช่ว่าจะเนรมิตขึ้นมาได้ดั่งใจในพริบตา ต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีการออกแบบกลไกการพัฒนาที่มีศักยภาพ เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องเหมาะสม และที่เป็นหัวใจสำคัญคือ “ทักษะและความเข้าใจ”

การประชุมที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 – 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงไม่ใช่การพูดคุยธรรมดา แต่เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการที่มีกิจกรรมแฝงการเรียนรู้เป็นการทบทวนร่วมกันว่า โครงการเมืองน่าอยู่อย่างเป็นสุขนั้น จะทำงานร่วมกันบนพื้นฐานแห่งความเข้าใจ มีภาพจิตนาการเดียวกันว่าจะร่วมกันพัฒนาโครงการไปด้วยกันอย่างไร จึงจะทำให้การพัฒนาโครงการนี้ได้สร้างความสุข ความอิ่มใจ  และความฝันที่จะสร้างสิ่งที่ดีงามด้วยเจตนาที่ดีงามของผู้ลงมือปฏิบัติ

กิจกรรมที่ 1 เข้าใจ และ เข้าถึง ฐานคิด และ ฐานใจ  (Understanding Livable and Happiness City VS Sustainable Development VS Understanding yourself)

เข้าใจ “เมืองน่าอยู่แห่งความสุข”  (Livable and Happiness City) คือ ก่อนอื่นทุกคนที่เข้าร่วมประชุมต้องทำความเข้าใจกับความหมายของ “เมืองน่าอยู่แห่งความสุข” ว่าคือ “เมืองหรือชุมชนที่ผู้คนเข้าใจและเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่งดงาม ประชาชนจากทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ดูแลสิ่งแวดล้อม มีสุขภาพกายและใจแข็งแรง มีความพร้อมพัฒนาสติปัญญาในการพึ่งตนเองด้วยความขยันหมั่นเพียร และ เกิดความสามารถที่จะพึ่งตนเองในศตวรรษที่ 21 พร้อมล้มและลุกขึ้นได้ทุกครั้ง (Resilience)”  เมื่อเข้าใจความหมายถ่องแท้แล้วจึงเข้าสู่ช่วงของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้ทั้งความสนุกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แล้วยังได้ เข้าถึง “แก่น” ในการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น แค่กิจกรรม “ฮูลาฮูป” ที่สร้างการเรียนรู้การทำงานเป็นทีมและฝึกความสามัคคีของสมาชิกได้นำไปสู่ความเข้าใจว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

ฐานคิด “เครื่องมือการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Practicum) คือ เป็นการเชื่อมโยงกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตามมิติต่างๆ ทั้งธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ในระดับบุคคล ซึ่งจะทำให้มองออกถึงทิศทางใหม่ในการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน อีกทั้งเข็มทิศยังใช้ในการพัฒนาตัวชี้วัดความยั่งยืนที่ง่ายต่อความเข้าใจของคนในแต่ละสังคมด้วย

ฐานใจ “Workshop on Co-creation of the Livable and Happiness Project” กิจกรรมเน้นการสื่อสารกันด้วยภาษากาย อย่าง Gibberish หรือกิจกรรมพูดที่ไม่มีความหมาย เปรียบเสมือนการลงชุมชนที่มีเสียงต่างๆ มากมาย แต่เราต้องมีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำ การหัวเราะ ที่เป็นการฝึกถ่ายทอดพลังด้านดีออกสู่ภายนอก การมองตาและกอดกัน เป็นการสัมผัสถึงพลังงานในตัวของกันและกัน คุยกันในห้องรับแขก สะท้อนให้เห็นว่าในชีวิตของแต่ละคนไม่ได้มีบทบาทเดียว ในงานก็เป็นบทบาทหนึ่ง ในครอบครัวก็เป็นอีกบทบาทหนึ่ง

กิจกรรมที่ 2  การเรียนรู้การสื่อสารและการสร้างการมีส่วนร่วม กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  (Stakeholder Dialogue and Engagement and Management) เป็นการเรียนรู้เพื่อฝึกการเป็นนักจัดกระบวนการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ    และหัวใจหลักคือจะเป็นการระดมความเห็นโดยไม่ตัดใครหรือความคิดของใครออกจากการระดมความเห็น เช่น ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการจัดกลุ่มและเรียนลำดับความสำคัญ  เทคนิคกระบวนการเรียงลำดับความสำคัญก่อนหน้าหลัง   และ กระบวนการ Process Work  ทั้งสามวิธีการเรียนรู้จะเป็นเรียนรู้ผ่านการสร้างบทบาทสมมติสถานการณ์จริงที่อาจจะเกิดขึ้น  เพื่อการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แตกต่าง แต่นำพาการพูดคุยและระดมความเห็นสู่เป้าหมายได้

กิจกรรมที่ 3  “กระบวนการค้นหาและพัฒนาโครงการนวตกรรมที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นการวิเคราะห์และทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ระบุคุณค่าที่บุคคลและชุมชนให้ความสำคัญ และค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างคุณค่าเหล่านั้นกับความยั่งยืนของชุมชนด้วย 6 ขั้น แบ่งเป็น ขั้น 0 – รากฐาน ขั้น 1 – ตัวชี้วัด ขั้น 2 – วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงระบบ ขั้น 3 – นวัตกรรมสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยใช้เกมสามเหลี่ยมด้านเท่ามาช่วยเสริมความเข้าใจถึงการ ‘เชื่อมโยง’ กันและกัน ด้วยแนวคิด System Thinking ในการวิเคราะห์หลักคิดเชิงระบบและค้นหาปัญหาหรือผลกระทบไปที่ ชั้นเหตุของปัญหาและค้นพบจุดคานงัดสำคัญก่อนไปถึงขั้นการออกแบบนวัตกรรม หรือ วิสัยทัศน์ หรือ ยุทธศาสตร์ ขั้น 4 –  กลยุทธ์ขับเคลื่อนนวัตกรรมและนำแผนปฏิบัติการมาวางปฏิทินด้วยกัน ใช้สมการส่งเสริมการตลาดของ Gilman เข้ามาเป็นแนวทาง และขั้น 5 – คำมั่นในการทำงานร่วมกัน เป็นการปิดยอดการพัฒนาที่ยั่งยืนให้สมบูรณ์   ส่งท้ายด้วยกิจกรรมในหัวข้อ “การแพร่กระจายความคิดนวัตกรรม” โดยใช้การทำความรู้จักผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ว่าแต่ละผู้คนที่อยู่รายล้อมเรานั้นจะช่วยและส่งเสริมขับเคลื่อนนวัตกรรมต่างๆ ของสังคมที่เกิดจากการคิดเรื่องเมืองน่าอยู่อย่างไร มีผลต่อเนื่องกัน

ติดตามชมคลิปกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ได้ทาง http://ngobiz.org/

หากบริษัทหรือภาคประชาสังคมใดสนใจให้ทางเดอะเนทเวิร์ค ทำการจัดกระบวนการเรียนรู้การพัฒนาที่ยั่งยืนและทำให้ใบอนุญาตการประกอบกิจการของคุณเป็นที่ยอมรับของประชาชนในชุมชนผ่านการพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างมีความสุข ติดต่อ คุณสุนทรี ได้ที่ 02 245 5542

Last Updated (Thursday, 01 October 2015 13:26)

 
CSR-CSV

ความแตกต่างระหว่าง CSR กับ Sustainability

News image

คอลัมน์ CSR Talk โดย พิพัฒน์ ยอดพฤติการ สถาบันไทยพัฒน์ วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเรื่อง CSR หรือคว... อ่านเพิ่มเติม

Why collaboration will be key to achieving the Sus

News image

Since 2015, when the United Nations established a set of shared goals and targets for achieving su... อ่านเพิ่มเติม

Insights Ideas for Change Michael Porter Creating

News image

CSV ในความลุ่มลึกของ Porter อ่านเพิ่มเติม

More in: CSR-CSV

Social Business

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ครั้งที่ 6

News image

  สวัสดีปีใหม่ 2557  ปีแห่งพลังม้าฮ้อ ขอให้ทุกคนมีพลังที่คึกคักและมีความสุขสดชื่น ค้นพบความ... อ่านเพิ่มเติม

แนวคิดการจัดเวทีระดมจิตใจ...Mind Storming

News image

การประชุมในรูปแบบ “สุนทรียสนทนา” หรือ dialogue ซึ่ง เดวิด โบห์ม นักฟิสิกส์ควอนตัม ผู้ได้ชื่อว่าเป็นไ... อ่านเพิ่มเติม

iORDER – Duty of Care and Prudence

News image

Nonprofit boards have a duty of care and prudence in performing its role. This fact is well known ... อ่านเพิ่มเติม

More in: Social Business